พ.ศ. 1901 - 2000

ศักราช เหตุการณ์ อ้างอิง
731 ระกาศก
(พ.ศ. 1912)
แรกสร้างวัดพระราม ครั้งนั้นสมเด็จพระรามาธิบดีเจ้าเสด็จนฤพาน จึงพระราชกุมารท่านสมเด็จพระราเมศวร เสวยราชสมบัติ
732 จอศก
(พ.ศ. 1913)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า เสด็จมาแต่เมืองสุพรรณบุรี ขึ้นเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา แลท่านจึงให้สมเด็จพระราเมศวร ไปเสวยราชสมบัติเมืองลพบุรี
733 กุนศก
(พ.ศ. 1914)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า เสด็จไปเอาเมืองเหนือ แลได้เมืองเหนือทั้งปวง
734 ชวดศก
(พ.ศ. 1915)
เสด็จไปเอาเมืองนครพังค่า แลเมืองแสงเชรา ได้เมือง
735 ฉลูศก
(พ.ศ. 1916)
เสด็จไปเมืองชากังราว แลพญาไสแก้ว แลพญาคำแหงเจ้าเมืองชากังราว ออกรบต่อท่าน ท่านได้ฆ่าพญาไสแก้วตาย พญาคำแหงแลพลทั้งปวงหนีเข้าเมืองได้ ทัพหลวงเสด็จกลับคืนมา
736 ขาลศก
(พ.ศ. 1917)
สมเด็จพระยรมราชาธิราชเจ้า และพระมหาเถรธรรมากัลยาณ แรกสถาปนาวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ฝ่ายบูรพทิศ หน้าพระบันชั้นสิงห์สูงเส้น ๓ วา (= 46 เมตร)
737 เถาะศก
(พ.ศ. 1918)
เสด็จไปเอาเมืองพิษณุโลกแลได้ตัวขุนสามแก้วเจ้าเมือง แลครัวอพยพมาครั้งนั้นมาก
738 มะโรงศก
(พ.ศ. 1919)
เสด็จไปเอาเมืองชากังราวเล่า ครั้งนั้นพระยาคำแหงและท้าวผ่าคอง คิดด้วยกันว่าจะยอทัพหลวงแลจะทำมิได้ แลท้าวผ่าคองเลิกทัพหนี แลจึงเสด็จทัพหลวงตาม แลท้าวผ่าคองนั้นแตก จับได้ตัวท้าวพญาและเสนาขุนหมื่นครั้งนั้นมาก แลทัพหลวงเสด็จกลับคืน
739 มะเมียศก
(พ.ศ. 1920)
เสด็จไปเอาเมืองชากังราวเล่า ครั้งนั้นมหาธรรมราชาออกรบทัพหลวงเป็นสามารถ แลเห็นว่าจะต่อด้วยทัพหลวงมิได้ จึงมหาธรรมราชาออกถวายบังคม
748 ขาลศก
(พ.ศ. 1929)
เสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่ แลให้เข้าปล้นเมืองนครลำปางมิได้ จึงแต่งหนังสือให้เข้าไปแก่หมื่นนครเจ้าเมืองนครลำปาง หมื่นนครนั้นจึงออกมาถวายบังคม และทัพหลวงเสด็จกลับคืน
750 มะโรงศก
(พ.ศ. 1931)
เสด็จไปเอาเมืองชากังราวเล่า ครั้งนั้นสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้านฤพานและจึงเจ้าทองลันพระราชกุมาร ท่านได้เสวยราชสมบัติได้ ๗ วัน จึงสมเด็จพระราเมศวรยกพลมาแต่เมืองลพบุรี ขึ้นเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา และท่านจึงให้พิฆาตเจ้าทองลันเสีย
757 กุนศก
(พ.ศ. 1938)
สมเด็จพระราเมศวรเจ้านฤพาน จึงพระราชกุมารท่านเจ้าพญาราม เสวยราชสมบัติ
771 ฉลูศก
(พ.ศ. 1952)
สมเด็จพญารามเจ้ามีความพิโรธแก่เจ้าเสนาบดี และท่านให้กุม เจ้าเสนาบดีหนีรอด แลข้ามไปอยู่ฟากปท่าคูจามนั้น และเจ้าเสนาบดีจึงให้ไปเชิญสมเด็จพระอินทราชาเจ้ามาแต่เมืองสุพรรณบุรี ว่าจะยกเข้ามาเอาพระนครศรีอยุธยาถวาย ครั้นและสมเด็จพระอินทราชาเจ้าเสด็จมาถึงไซร้จึงเจ้าเสนาบดียกพลเข้าไปปล้นเอาพระนครศรีอยุธยาได้ จึงเชิญสมเด็จพระอินทราชาเจ้าขึ้นเสวยราชสมบัติ และท่านจึงให้สมเด็จพญารามเจ้าไปกินเมืองปท่าคูจาม
781 กุนศก
(พ.ศ. 1962)
มีข่าวมาว่าพระมหาธรรมราชาเจ้านฤพาน แลเมืองเหนือทั้งปวงเป็นจลาจล แลจึงเสด็จขึ้นไปถึงเมืองพระบาง ครั้งนั้นพญาบาลเมือง แลพญาราม ออกถวายบังคม
786 มะโรงศก
(พ.ศ. 1967)
สมเด็จพระอินทราชาเจ้าทรงประชวรนฤพาน ครั้งนั้นเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระราชกุมารท่านชนช้างด้วยกัน ณ สะพานป่าถ่านเถิงพิราลัยทั้ง ๒ พระองค์ที่นั้น จึงพระราชกุมารเจ้าสามพระยาได้เสวยราชสมบัติ ทรงพระนามสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า และท่านจึงให้ก่อพระเจดีย์สองพระองค์ สวมที่เจ้าพระยาอ้ายและเจ้าพระยายี่ชนช้างด้วยกัน เถิงอนิจภาพตำบลป่าถ่านนั้น ในศักราชนั้นสถาปนาวัดราชบุณ
793 กุนศก
(พ.ศ. 1974)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า เสด็จไปเอาเมืองนครหลวง ได้แลท่านจึงให้พระราชกุมารท่าน พระนครอินทร์เจ้า เสวยราชสมบัติ ณ เมืองนครหลวงนั้น ครั้งนั้นท่านจึงให้พระยาแก้ว พระยาไทยและรูปภาพทั้งปวง มายังพระนครศรีอยุธยา
800 มะเมียศก
(พ.ศ. 1981)
ครั้งสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า สร้างวัดมเหยง เสวยราชสมบัติ แลสมเด็จพระราเมศวรเจ้า ผู้เป็นพระราชกุมารท่านเสด็จไปเมืองพิษณุโลก ครั้งนั้นเห็นน้ำพระเนตรพระพุทธเจ้าพระชินราชตกออกมาเป็นโลหิต
804 จอศก
(พ.ศ. 1985)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จไปเอาเมืองเชียงใหม่ แลเข้าปล้นเมืองมิได้ พอทรงพระประชวรแลทัพหลวงเสด็จกลับคืน
806 ชวดศก
(พ.ศ. 1987)
เสด็จไปปราบพรรค และตั้งทัพหลวงตำบลปะทายเขษม ครั้งนั้นได้เชลย 120,000 ทัพหลวงเสด็จกลับคืน
810 มะโรงศก
(พ.ศ. 1991)
สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้านฤพาน จึงพระราชกุมารท่าน สมเด็จพระราเมศวรเจ้าเสวยสมบัติ ทรงพระนามสมเด็จพระบรมไตรโลกเจ้า
813 มะแมศก
(พ.ศ. 1994)

ครั้งนั้นมหาราชมาเอาเมืองชากังราวได้ แล้วจึงมาเอาเมืองสุโขทัย เข้าปล้นเมืองมิได้ ก็เลิกทัพกลับคืน

816 จอศก
(พ.ศ. 1997)
ครั้งนั้นคนทั้งปวงเกิดทรพิษตายมากนัก
817 กุนศก
(พ.ศ. 1998)
แต่งทัพให้ไปเอาเมืองมะลากา
818 ชวดศก
(พ.ศ. 1999)
แต่งทัพให้ไปเอาเมืองลิสบทิน ครั้งนั้นเสด็จหนุนทัพขึ้นไปตั้งทัพหลวงตำบลโคน