Home Articles Blue Moon ไม่มีสีฟ้า

Blue Moon ไม่มีสีฟ้า

?

?

หลายคนอาจเฝ้ารอดูปรากฎการณ์ Blue Moon อย่างใจจดใจจ่อ ราวกับว่าไม่เคยรู้จักมันมาก่อน
หลายคนนั้น บางส่วนคงลืมไปว่า ความจริงเราก็เกี่ยวข้องกับ blue moon มาแล้วหลายครั้ง

โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชน ที่ทั้งร่ำเรียนและถูกพร่ำสอนมาด้วย

?

Blue Moon คืออะไร?

หลายคนเข้าใจกันไปเอง คิดเอง มโนเอง ว่า blue moon คือ พระจันทร์สีฟ้า
แต่ในความจริงแล้ว ไม่ใช่เช่นนั้น

Blue moon หมายถึงดวงจันทร์ที่เต็มดวงเป็นครั้งที่สองในรอบเดือน(ของปฏิทินสุริยคติ)

?

Blue moon เป็นคำที่แผลงมาจากคำเดิม ที่เขียนว่า Belewe moon (อ่านว่า บลีวี์มูน เหมือนกัน)
(โดย Belewe ปัจจุบันคือคำว่า betray)

และ Belewe moon แปลโดยนัยได้ว่า ดวงจันทร์ที่แปลกแยก นอกคอก นอกฤดู #ประมาณนี้

นั่นเป็นเพราะ มันเป็น จันทร์เพ็ญ ครั้งที่ 2 ในรอบเดือนใดเดือนหนึ่ง ในปฏิทิน
ซึ่งปกติแล้ว 1 เดือน ก็ควรมีวันเพ็ญเพียง 1 ครั้ง

ดังนั้น blue moon จึงตรงกับคำบาลี-สันสกฤต ที่เรียนกันมาตั้งแต่เด็ก คือ "อธิกมาส"

อธิกมาส ก็คือเดือนจันทรคติที่เพิ่มขึ้นมาจากปีปฏิทินสุริยคติ เหมือนกัน
คือเพิ่มเพ็ญที่ 13 ขึ้นมาในรอบปีนั้นๆ

?

สาเหตุการเกิด

สืบเนื่องมาจาก ดวงจันทร์ โคจรรอบโลก ใช้เวลา 29.53 วัน (โดยประมาณ)
ขณะที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 365.25 วัน (โดยประมาณ)

เทียบอัตราส่วนแล้ว จะได้เดือนทางจันทรคติ เดือนละ 29.53 วัน (โดยประมาณ)
และเดือนทางปฏิทินสุริยคติ เดือนละ 30.43 วัน (โดยประมาณ)

ซึ่งพอเรียงกันทั้งปีแล้ว ปรากฎว่า แค่ปีแรกปีเดียว ปฏิทินจันทรคติ ขาดไป 11 วัน (โดยประมาณ)
แน่นอนว่า ปีที่สอง ก็จะขาดเพิ่มอีก 11 รวม 22 วัน

ซึ่งจำนวน 22 วันนี้ แม้จะยังหายไม่ครบเดือน แต่คาบจันทร์เพ็ญ หายไปแล้ว 1 ครั้ง
เพราะ เดือนทางจันทรคติ มีวันเพ็ญอยู่กลางเดือน ไม่ใช่ปลายเดือน
ดังนั้น หากหายไปเกิน 15 วันแล้ว ก็ต้องเพิ่มเดือนเข้ามาอีก
เพื่อให้มีจันทร์เพ็ญครบตามเดือนของสุริยคติ

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าเติมเข้าไป ก็เท่ากับว่า มันมี 13 เดือน ถูกต้องไหม?

แล้วสงสัยไหม ว่าทำไม 13 เพ็ญ ถึงลงตัวกับ 12 เดือน ลองดูภาพ

?

?

จากภาพ อธิบายเป็นตัวอย่างโดยง่าย ดังนี้

  • ในปีที่ 1 วันทางจันทรคติ หายไป 11 วัน แปลว่าต้องมีเดือนที่ 1 ของปีจันทรคติใหม่ เพิ่มมาก่อนแล้ว 11 วัน ให้เต็มปี
  • สมมติให้ปีใหม่สุริยคติ ปีที่ 2 เริ่มนับที่ขึ้น 12 ค่ำเดือน 1 (เพราะ 11 ค่ำแรก ยังอยู่ในปฏิทินสุริยคติปีเก่า)
  • เมื่อเริ่มต้นที่ 12 ค่ำ แน่นอนว่า วันที่ 4 เดือน 1 ของปีสุริยคติ จะไปตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ของปฏิทินจันทรคติแล้ว
  • นับไปอีก 14 วัน จะได้วันแรม 14 ค่ำเดือน 1 ปฏิทินจันทรคติ ตรงกับ วันที่ 18 เดือน 1 ของปฏิทินสุริยคติ
  • 31 เดือน 1 (สุ) จะตรงกับ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 2 (จ)
  • 2 เดือน 2 (สุ) จะเป็นขึ้น 15 ค่ำเดือน 2 (จ) และถัดไปอีก 30 วัน ในวันที่ 1 เดือน 3 ก็จะเป็นขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3**
  • ถัดไปอีก 29 วัน จะได้ 31 เดือน 3 เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4
  • กลายเป็นว่า ในเดือน 3 ของสุริยคติ มีวันเพ็ญ 2 ครั้ง คือ เพ็ญครั้งที่ 3 และ ครั้งที่ 4 เป็น blue moon เป็น อธิกมาส
  • และเมื่อไล่ต่อไป เดือนจันทรคติก็จะเร็วกว่าเดือนสุริยะ แล้ว เช่น เมษาตรงกับเดือน 5 / กรกฎาคือเดือน 8 เป็นต้น
  • ตามธรรมเนียมปฏิทินจันทรคติไทย ก็ถือกันว่า จะเป็น blue moon/อธิกมาส เดือนไหนช่างมัน ฉันไม่แคร์ แต่ให้เบิ้ลเดือนแปดสองหน
  • เท่ากับว่า ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8/8 คือวันเพ็ญครั้งที่ 9 ของปี
  • พอเป็น วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง ก็จะกลายเป็นวันเพ็ญครั้งที่ 13 ของปี พอดี

**หมายเหตุ ในตัวอย่างนี้ นับให้เดือนที่ 2 (สุริยคติ) มี 31 วัน เป็นเดือนสมมติ ไม่ได้หมายถึง กุมภาพันธ์
**ซึ่งถ้าเป็นกุมภาพันธ์ ที่มี 28-29 วัน เดือนที่เป็นอธิกมาสก็เลื่อนออกไปตามลำดับวัน

?

หากใครได้อ่านบล็อกคุณ @trangs มาก่อนหน้านี้ http://trang82.wordpress.com/2012/05/04/ปีอธิกมาสคืออะไร

ตรงนี้ผมนับต่างกับคุณตรังส์ เพราะผมนับเป็นเดือนจันทรคติแบบทั้งเดือน ซึ่งมีวันเพ็ญอยู่กลางเดือน
ขณะที่คุณตรังส์ฯ นับแบบเอาระยะห่างของวันเพ็ญแต่ละวันเป็นหลัก
แต่อยู่บนหลักการเดียวกันคือส่วนต่างปีละประมาณ 11 วัน และรอบอธิกมาสก็ห่างเท่ากันคือ 7 ครั้งใน 19 ปี

?

เอวังก็นึกมาเขียนได้ด้วยประการะฉะนี้ฯ ถ้าอยากอ่านเรื่องอธิกมาสต่อ แนะนำไปอ่านบล็อกคุณตรังส์ ตามลิ้งเลยครับ

-จบ-

 
Copyright © 2014 Thanyakij's Base. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.