Home Articles พุทธจักรวาลวิทยา (1) : โลกแบน

พุทธจักรวาลวิทยา (1) : โลกแบน

คำเตือน.. บทความนี้ไม่เหมาะกับผู้มีความอ่อนไหวในเรื่องศาสนา

และไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่พร้อมยอมรับทฤษฎีใหม่ๆ

 

----

แผนผังพุทธจักรวาลวิทยา

 

 

 

 

หลายคนคงจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลในทางพุทธ ซึ่งมี 4 ทวีป มีเขาพระสุเมรุ มีสวรรค์ มีนรก
หรือถ้าดีขึ้นมาหน่อย คงจะรู้จักวรรณกรรมชิ้นเอกที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ คือเรื่อง "ไตรภูมิพระร่วง"
ถ้าให้ดีขึ้นไปอีก ก็จะแยกแยะเป็น กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ได้อีก
และที่ดีที่สุด คงเป็นผู้ที่รู้เรื่องของ ชั้นฟ้าชั้นดินละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว........

 

แล้วเคยสงสัยกันไหม... ว่า ที่มาที่ไปของระบบจักรวาลในศาสนาพุทธ เป็นมาอย่างไร และอะไรคืออะไรบ้าง

 

 

 

ขณะที่เริ่มเขียนเอนทรีนี้ได้สักพัก ก็เหลือบไปเห็นอีกทฤษฎีหนึ่งเหมือนกัน ที่ โยคีพีเดีย (ขออภัยถ้าสะกดผิด)
ซึ่งเสนอเกี่ยวกับพุทธจักรวาลวิทยาเหมือนกัน แต่ไปไกลกว่ามาก ซึ่งหากสนใจจะลองกดไปอ่านก็ได้
(ลิงก์ --> http://www.yokipedia.com/cosmology/166-2010-09-09-17-56-06 )

ส่วนทฤษฎีเดิมที่เป็นรูปเป็นร่างที่สุด เห็นจะเป็นตำรา จักรวาลวิทยา ของ ม.ธรรมกายแคลิฟอร์เนีย
(ลิงก์ --> http://main.dou.us/view_content.php?s_id=48&page=6 )

 

 

พุทธจักรวาลวิทยา ไม่ใช่เรื่องทางศาสนาเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสหวิทยาในยุค 2600 ปีมาแล้ว
สิ่งที่อยู่คู่ และเห็นได้ชัดในพุทธจักรวาลวิทยา มาโดยตลอด ก็คือ "ทฤษฎีโลกแบน" และ "โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล"

 

เรื่องโลกแบน เป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกยุค 2600 ปีที่แล้ว เชื่อกันอย่าง "สนิทใจ"
และเป็นแนวคิด ที่ติดมากับกลุ่มตระกูลชาติพันธุ์อินโดยุโรเปียน มาแต่เดิมแล้ว
ซึ่งแม้แต่ลุงอริสโตเติลที่เกิดหลังจากพระสมณโคดมปรินิพพาน ก็ยังเชื่อแบบนั้น

 

ได้ยินมาว่า ในคัมภีร์ของโรมันคาธอลิก มีบัญญัติว่า
"เพราะพระเจ้าสร้างโลก โลกจึงต้องเป็นศูนย์กลางของเอกภพ"
ซึ่งจริงเท็จอย่างไร ฝากชาวคริสต์วานบอก

สิ่งที่ตรงกันในจักรวาลวิทยาของพุทธ คริสต์ ฮินดู และ เชน ก็คือ โลก มีสัณฐาน "แบน"

 

นอกจากแบนแล้ว ยังต้อง "เป็นธุระจัดหา" ภูเขาสูงๆ ที่จะต้องมาเป็น "ศูนย์กลางจักรวาล" อีก
ก็เพราะเชื่อกันว่าโลกเป็นศูนย์กลางจักรวาลด้วยนั่นแหละ

 

เรื่องดาราศาสตร์จบลงในภายหลังเมือมีการพิสูจน์ว่าโลกกลม แต่ยังเป็น ศก.จักรวาล อยู่
และอยู่ต่อมาอีกสักพัก จึงเริ่มพบว่า โลกไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลอีกต่อไป

 

แล้วตำราศาสนาล่ะ? ... ดูเหมือนว่าเป็นแม่น้ำคนละเส้น เส้นหนึ่งไหลไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
แต่อีกเส้นหนึ่งยังคงวนเวียนอยู่ในเขื่อน เป็นน้ำวนในอ่าง(เก็บน้ำ) ไม่ไปไหนสักที

 

สำหรับทางพุทธ ไอเดียนี้สืบทอดมาจากพราหมณ์ฮินดู อีกทีหนึ่ง
ก็เพราะ เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเป็นเชื้อสายกษัตริย์ จึงทรงได้รับการศึกษามาอย่างเต็มที่
แน่นอน ก็รวมถึงวิทยาการด้านดาราศาตร์และจักรวาลวิทยา ด้วยเช่นกัน

 

ซึ่งเมื่อได้เปรียบเทียบกับโลกที่แบนราบ ด้วยแผนที่ยุค 2600 ปีที่แล้ว ก็ได้มาประมาณนี้

 

Hecataeus world map

 

 

พอดีว่า แผนที่นี้ทำโดยชาวยุโรป ภ.โอลิมปัส จึงเป็นศูนย์กลางจักรวาลแทนเขาพระสุเมรุ
แต่ก็ประกอบด้วยทวีปหลักๆในแผ่นดิน แอโฟร-ยูเรเซีย ครบถ้วน

เพียงแต่จักรวาลวิทยาของชาวยุโรป มีแค่ 3 ทวีปเท่านั้น คือ เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา
(เป็นที่มาของคำว่า แอโฟร-ยูเรเซีย)

 

ซึ่งถ้าตะแคงคอดู สมมติเอาว่าอยู่อินเดียแล้ว หันหน้าเข้าศูนย์กลางจักรวาล
ทางซ้ายมือ จะเป็น แอฟริกาและเมโสโปเตเมีย
ทางขวามือ ก็จะเป็น จีน(ทิเบต) มองโกล และไซบีเรีย
ทางข้างหน้า ก็จะเป็น เอเชียกลาง คอเคซัส เรื่อยไปจนถึงยุโรป

 

แต่ว่า นี่เป็นการมองจากแผนที่ของยุโรปเท่านั้น
เดี๋ยวเอนทรีหน้า จะลองโยงให้ดูว่า เขาพระสุเมรุ อยู่ที่ไหน และทวีปทั้งสี่ มีที่ไหนบ้าง

 

เอาภาพโปรยไปดูก่อน

แผนผังพุทธจักรวาลวิทยา

(คลิกที่ภาพ เพื่อดูขนาดเต็ม)

 

 

-ตัดจบตอนก่อนแจ้-

 
Copyright © 2012 Thanyakij's Base. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.