Home Articles วาทกรรมทำลายชาติ

วาทกรรมทำลายชาติ

ตัวอย่างวาทกรรมสร้างความขัดแย้ง ที่เจอมาจาก http://youtu.be/PhPMGn7k1D4 ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อน

?

?

?

ก่อนอื่นข้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามบล็อกนี้ (มีหรอ?)? ที่ไม่ได้อัพเดทในคืนวันศุกร์(เช้ามืดวันเสาร์)
เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว เล็กน้อย

?

ประเด็นวันนี้ได้ไอเดียมาจากเรื่องหนึ่งในลิงก์ยูทูปข้างต้น เป็นเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์

ผู้จัดทำวีดีโอกล่าวถึง ประวัติศาสตร์ของแมนจูเรีย และกลุ่มชาติพันธุ์อัลไต (Altaic)
ซึ่งเนื้อหากล่าวโดยย่อในตอนที่ 1 เรื่องปักกิ่ง ว่า ปักกิ่งไม่ใช่ของจีนตั้งแต่แรก

?

รายละเอียดเริ่มด้วยข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ที่หลายคนไม่รู้ (ยกเว้นคนที่สนใจ ปวศ.จีน)
อธิบายว่า ปักกิ่ง อยู่ทางตอนค่อนไปทางเหนือ ซึ่งผู้ครอบครองแรกคือชาติพันธุ์อัลไต

นอกจากนี้ในยุคประวัติศาสตร์ 1000 ปี ก็ได้อธิบายว่า กลุ่มชาติพันธุ์อัลไต เป็นเจ้าของปักกิ่ง
(ตั้งแต่ราชวงศ์เหลียว ชาวคิตัน มองโกล ราชวงศ์หยวน ราชวงศ์ชิง)

?

ในความเป็นจริง (ซึ่งก็ตรงตามวีดีโอ) จีน เพิ่งจะได้มีสิทธิ์ครอบครองปักกิ่ง ในยุคราชวงศ์หมิงเท่านั้น
ก่อนหน้านั้น เมืองหลวงไม่ได้อยู่ที่ปักกิ่ง แต่อยู่ที่ตอนกลางเช่น ซีอาน(ฉางอาน) ไคฟง นานจิง

แม้ต่อมาโดนราชวงศ์ชิง (แมนจู) ยกทัพมาแย่งดินแดนส่วนปักกิ่งไป
จีนก็ย้ายเมืองหลวงกลับไปนานจิง แล้วหลังจากนั้น
ราชวงศ์ชิง ก็รวบรวมดินแดนได้ จนกระทั่งแผ่นดินต้าชิงล่มสลาย
และไปตั้งรัฐเล็กๆทางภาคเหนือ คือแมนจูกัว

?

ตรงนี้อาจจะต่างกันหน่อย ว่า ในวีดีโอที่ว่าไม่ได้กล่าวถึงรัฐบาลสาธารณรัฐ

?

สาธารณรัฐจีน เป็นรัฐที่มีอำนาจต่อจากแผ่นดินต้าชิง
เป็นผู้ปกครองจีนส่วนที่เหลือนอกจากแมนจูกัว
ซึ่งได้รวมเอาทิเบต มองโกเลีย อุยกูร์ เกาะฟอร์โมซา(ไต้หวัน) ไว้ด้วย

ต่อมาหลังจากการล่มสลายของแมนจูกัว สาธารณรัฐจีน ก็ได้ผนวกแมนูกัว
ทำให้แมนจูกัวเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐจีน ไปในที่สุด

?

ต่อมา เมื่อประชาธิปไตย ไปไม่ได้กับดินแดนกว้างขวางใหญ่โตและหลากหลาย
พรรคคอมมิวนิสต์จีน ก็แข็งแกร่งในชนบทมากขึ้น และล้มรัฐบาลสาธารณรัฐได้

สาธารณรัฐจีน จึงเหลือพื้นที่เพียงบนเกาะฟอร์โมซา และหมู่เกาะใกล้เคียง
และสูญเสียสถานะรัฐชาติ ให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแดง) ไปในที่สุด

?

ทีนี้ ในวีดีโอมีการกล่าวสรุปว่า เมื่อ รว.เหลียว รว.หยวน รว.ชิง? ไม่ใช่ชาติพันธุ์จีน
อุยกูร์(ซินเจียง) ทิเบต มองโกล(ที่จริงต้องมี จ้วง-กว่างซี ด้วย) จึงไม่ใช่จีน

วีดีโอกล่าวว่า จีนนั้นบิดเบือนประวัติศาสตร์ เคลมเอา ปวศ.ชาติพันธุ์นี้ เป็น ปวศ.จีน

?

?

ซึ่งในทรรศนะส่วนตัวเห็นว่า การกล่าวแบบนั้น ไม่ถูกต้อง

?

แม้ว่า เหลียว จิน ซีเซี่ย คิตัน หยวน และชิง จะไม่ใช่จีน
แต่ครั้งล่าสุด เจ้าของล่าสุด คือ สาธารณรัฐจีน เป็นเจ้าของดินแดนเหล่านั้น

ต่อมาแพ้ให้พรรคคอมมิวนิสต์ ดินแดนก็ตกถึงพรรคคอมมิวนิสต์

?

รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงมีสิทธิโดยชอบธรรมบนดินแดน

(แต่การดูแลชาติพันธุ์อาจจะไม่ดี ก็กลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยไป)

?

?

?

การเอาคำพูดแบบนั้น มาเป็นแรงผลักดันในการทวงดินแดน ดูจะไม่เหมาะสม และไม่ค่อยเป็นอารยะ
เป็นไปในลักษณะคลั่งชาติพันธุ์ คลั่งสายเลือด มากกว่า

?

คือถ้าอยากแยกดินแดนปกครองจริงๆ ควรใช้เหตุผลที่ดีกว่านี้ เช่น รัฐบาลดูแลไม่เหมะสม
หรือมีปัญหา 1 2 3 4 ก็ว่าไป แต่ไม่ควรเอาประวัติศาสตร์มาปลุกระดม

?

ที่ว่าเช่นนี้ ไทยเองก็เจอเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ในสมัยหนึ่งซึ่งตกทอดมาจนปัจจุบัน
ผู้นำของไทย ใช้แนวคิดคลั่งเชื้อชาติ เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยาม เป็นไทยแลนด์

แล้วเหยียดชาติพันธุ์อื่น ไม่ให้แสดงอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ บังคับให้มาเป็นไทย
และก็มีแนวคิดชาติพันธุ์นิยมอีก ที่ว่า ไทยมาจากโน่นจากนี่

?

ดินแดนนี้ไม่ใช่ของไทย เรามาแย่งเอาทีหลัง แน๊ะ!!!

เดี๋ยวชาติพันธุ์ออสโตรเอเชียติกก็ทวงดินแดนคืน
ไล่เรากลับไปอยู่กว่างซี-บ้านเชียง-ดองซอน พอดี ;_________;

?

?

ซึ่ง ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ควรศึกษาประวัติศาสตร์แบบนั้น
มันเป็นวาทกรรมสร้างความแตกแยกของคนในชาติ

?

การศึกษาปวศ.ในปัจจุบัน เน้นการศึกษา ปวศ.ของดินแดน มากกว่า ปวศ.ชาติพันธุ์
ทั้งนี้ เพราะในดินแดนนั้นๆ มันไม่ได้มีชาติพันธุ์เดียว ไม่ได้มีคนกลุ่มเดียว วัฒนธรรมเดียว

หากแต่รัฐประชาชาติเกิดจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรม

?

?

ดังนั้น เรื่องความขัดแย้งในยุคปู่ยุคทวด วางไว้ ไม่ต้องเอามาเป็นสรณะ
เป็นเรื่องสงครามยุคอาณาจักร ประเทศแต่ละประเทศก็เพิ่งมีอายุไม่กี่ปีกันทั้งนั้น

ที่เหลือปล่อยให้เป็นอดีตประเทศ ไปเถอะ

เก็บเอาความภาคภูมิใจ ความขัดแย้ง ความสำเร็จ ไว้เป็นบทเรียน
แล้วปกครองคนในประเทศอย่างเสมอภาค ไม่เหยียดชาติพันธุ์
ความขัดแย้งในอดีตประเทศวางไว้ มาประสานประโยชน์กับรัฐปัจจุบัน ดีกว่า

?

?

?

ดังนั้น รัฐชาติในปัจจุบัน ต้องสร้างสำนึกของคนในชาติ ให้เคารพซึ่งกันและกัน
ไม่เหยียดหยันชาติพันธุ์ต่างๆ (เอาหลักๆก็ยังดี)

หรือจะให้ดีก็ส่งเสริมวัฒนธรรมภูมิภาค ให้มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์
เกิดความรู้สึกเป็นคนคิดต่าง แต่อยู่บ้านเดียวกัน

?

ดีกว่าไหม?

?

(จะได้ไม่ต้องกลับไปกว่างซี-บ้านเชียง ;__________;)

 
Copyright © 2012 Thanyakij's Base. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.